Skip to main content

ผู้คนต่อแถวเข้าเมืองยาวเหยียด สงครามห้าแคว้นพึ่งจบลงเมื่อปีที่แล้ว ผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ เมืองที่เป็นหน้าด่านเช่นเมืองด่านศิลาจึงคึกคักยิ่ง และด้วยความคึกคักนั่นทำให้… การตุกติกและการรีดไถมีให้เห็น

สิ่งที่น่าแปลกของโลกใบนี้ ก็ไม่ต่างกับโลกใบเดิมของฉางเล่อ เมื่อเราต้องการรังแกคน ไม่มีใครรังแกคนที่ตัวเท่ากัน แต่มักเลือกรังแกคนที่ดูด้อยกว่า

เสื้อผ้าชุดผ้าปานของฉางเล่อเก่าโทรม เพราะนี่คือเสื้อผ้าเก่าเก็บจากค่ายทหารที่ผ่านการซักมือและเย็บใส่ซ้ำอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาไม่รู้กี่ครั้ง ทำให้สภาพฉางเล่อดูอเนจอนาถไม่น้อย นอกจากนั้นด้วยรูปร่างไม่นับว่าสูงใหญ่  ส่วนสูงฉางเล่อที่น่าจะพึ่งแตะ 170 เซ็นติเมตรได้อย่างเฉียดชิว แต่ก็ช่วยไม่ได้ นี่คือความสูงของเด็กชายอายุ 14 ปี ซึ่งพึ่งอายุ 14 ปีเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉางเล่อในร่างเด็กแซ่ปานจึงนับว่าเป็นวัยกำลังโต ร่างกายยังไม่นับว่าเติบโตเต็มที่

สภาพตอนนี้จึงดูเหมือนบัณทิตหน้าใสที่ยากไร้มากกว่าดูเป็นทหารที่ผ่านสงครามเช่นเด็กหนุ่มหลี่ซู่ที่พึ่งตายไป

หลี่ซู่นั้นอายุมากกว่าฉางเล่อปีกว่าเกือบ 2 ปี นอกจากเรื่องอายุที่มากกว่าเกือบ 2 ปีแล้ว หลี่ซู่ยังมีใจมุ่งมั่นต่อวิถียุทธ์อย่างแรงกล้า ทั้งฝึกฝนและได้รับการสนับสนุนที่ดีจากฉางเล่อ อาหารการกินในค่ายอาหารจึงกินดีอยู่ดี ร่างจึงใหญ่และดูแกร่งสมเป็นนักยุทธ์

ส่วนฉางเล่อตั้งแต่รู้ว่าโลกใบนี้มีวิธีเซียน เขาก็มีเป้าหมายมุ่งมั่นอย่างแท้จริงต่อวิถีเซียน แม้ตำนานแห่ง 5 แว่นแคว้นจะกล่าวถึงวิถียุทธ์และเทพยุทธ์ไว้อย่างน่าสนใจ แต่ใจลึกๆ ฉางเล่อเชื่อในเส้นทางอมตะแห่งวิธีเซียนมากกว่า

และด้วยวาสนาจากระบบและลูกเล่นเล็กน้อย ตั้งแต่ไปใช้ชีวิตในค่ายทหารฉางเล่อก็ได้รับคัมภีร์เซียนมาครอง แม้จะเป็นบทต้นจากปากเปล่าของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ตาม

แต่ด้วยการเริ่มต้นนี้ทำให้ฉางเล่อพยายามฝึกวิถีเซียนอย่างยิ่งและไม่ได้มุ่งฝึกยุทธ์นัก ทำให้ร่างติดขัดอยู่ระดับแรกมาโดยตลอด

ส่วนวิถีเซียนแม้ตัวฉางเล่อจะฝึกมา 7 ปี แต่เขาก็ยังไม่เข้าระดับ แถมยังดูห่างไกลจากความสำเร็จ ดูได้จากตัวเลขวิถีเซียนที่หน้าจอระบบ ฉางเล่อมีความสำเร็จเพียงอัตราส่วน 【10:100】  พูดง่ายๆ ว่าขาดอยู่ 90 ส่วนจึงนับว่าเข้าประตูแรกแห่งวิถีเซียน

แต่วิถีเซียนในโลกใบนี้ไม่ง่ายเลย ฉางเล่อฝึกนั่งกรรมฐานสัมผัสปราณฟ้าดินตามคัมภีร์ไม้อายุยืนกล่าว เขาฝึกตามคัมภีร์เช่นนี้ต่อเนื่อง 7 ปี วันละ 3 ชั่วยามแทบจะฝึกฝนแทนการนอนหลับ แต่ก็เป็นดังที่ตัวเลขจากระบบแสดง

【คัมภีร์หลัก】【ไม้อายุยืน[ท่องจำและสัมผัสแต่ยังไม่เข้าประตู] 91:100】

ฉางเล่อขาดตัวเลขอีก 9 ส่วนเขาจึงจะสำเร็จส่วนแรก ฉางเล่อคิดว่าตัวเองอาจต้องใช้เวลาอีกราวครึ่งปี หรือ 1 ปี เพื่อทำให้ 9 ส่วนสุดท้ายสมบูรณ์ และวิถีเซียนของเขาน่าจะเลยอัตราส่วน 10 ส่วน 100 เสียที

‘ชีวิตข้าดูน่าสงสารเกินไปรึเปล่า ยังไม่ทันก้าวเท้าเข้าเมืองก็จะถูกรีดไถแล้ว’

“นิเจ้า!!!” เสียงมือปราบหน้าดุดังแข็งกร้าวเขาพยายามดึงห่อผ้าจากมือฉางเล่อ แต่ช่างหน้าแปลก เด็กหนุ่มที่ดูไร้เรี่ยวแรงเหตุใดถึง… มีกำลังต่อต้านตัวเขาที่สูงเกือบ 6 ฉื่อ(ราว 180 เซ็นติเมตร)

“เจ้าจะขัดขืนการตรวจค้น!!!” มือปราบหน้าดุแอบกังวล แต่เขามีตำแหน่งหน้าที่จึงไม่หวาดกลัวฉางเล่อที่ตอนนี้ตัวเขาแอบรู้สึกว่าไม่ธรรมดา เพื่อนมือปราบของชายหน้าดุอีก 3 คน เห็นชายหน้าดุคำรามจึงรู้ว่าสถานการณ์ทางนี้ไม่ดี พวกเขาจึงหยุดตรวจคนเข้ามา พร้อมกับ… เดินโอบล้อมฉางเล่อ

ปัง! ฉางเล่อใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือของชกลมแรง มันแรงจนเกิดเสียงระเบิดที่ได้ยินชัด มือปราบ 4 นายตกใจ

อย่างที่เคยได้กล่าวไว้ นักยุทธ์แม้จะเป็นระดับต่ำสุดอย่างขอบเขตบำรุงโลหิต แต่ในคนธรรมดาร้อยคนก็มักพบได้แค่คนเดียว สถานะนักยุทธ์ทำคนคิดมากแล้ว มือปราบระดับต่ำทั่วไปแทบไม่มีคนเข้าประตูทะลวงขอบเขตนี้ได้

“จะ… เจ้า” มือปราบหน้าดุแอบหวาดกลัว

เป็นตอนนี้ฉางเล่อรู้แล้วว่าเขามีพื้นที่ที่จะพอพูดจาได้สักที ฉางเล่อยิ้ม มือล้วงเข้าไปที่หอผ้า ก่อนจะหยิบกระดาษแผ่นหนาสีน้ำตาลไม้ อักษรกลุ่มหนึ่งเขียนไว้เด่นชัด “ทหารพยัคฆ์”

“น้องชายเหตุใดไม่พูดเล่าว่าเป็นคนจากหน่วยทหาร พวกเราต่างคนกันเอง” ชายหน้าดุแอบยิ้มหน้าเกียจ แต่… มันใช่อย่างที่เขาพูดจริงหรือ

แม้ฉางเล่อจะไม่ใช่พวกเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่เล่ห์เหลี่ยมเล็กของมือปราบคุมประตูเมืองมีหรือเขาจะไม่รู้จัก หากปล่อยให้ไอ้พวกนี้ยัดของผิดกฏหมายเข้าห่อพ้าได้ ต่อให้เขามีปากพูดและเป็นทหารผ่านศึกกลับมา พวกนี้ก็หาเหตุผลเล่นงานได้

มีทหารเกณฑ์หลายคนโดนเล่นงาน พูดกล่าวว่าเมื่อกลับบ้านไปถูกพวกมือปราบตัวเล็กๆ รีดไถ

ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่เป็นทาสภาษี เมื่อกลับมาบ้านมักจะมีเงินบำรุงกำลังเป็นขวัญถุงกลับบ้าน การมีเงิน 1 หรือ 2 ตำลึงติดตัว ช่างเป็นสิ่งหอมหวานของเจ้าหน้าที่สารเลว และเมื่อทหาเกณฑ์ถูกรีดไถอย่าได้หวังว่าจะมีใครช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ ทหารทาสจากระบบภาษีแทบไม่นับว่าเป็นทหารที่แท้จริง ระบบราชการต่างรู้กันดี พวกนี้จึงเป็นเหยื่อได้เท่านั้น

แต่เพื่อให้หน้าตาเล่าทหารบ้าง เหล่ามือปราบรักษาเมืองจะไม่มีใครรังแกทหารเกณฑ์ที่กลับบ้านอย่างเปิดเผย

“พี่ชายข้าเข้าไปในเมืองได้หรือยัง”

“ได้แล้วได้แล้ว” มือปราบใบหน้าช่วยร้ายพูดพร้อมพยายามประดิษรอยยิ้ม

…

‘ในที่สุดก็ได้เข้าเมือง’

เดินผ่านประตูเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงสูง 20 ฉื่อ

ผู้คน… กลิ่นอายแห่งการใช้ชีวิต นานเท่าไหร่แล้วที่ฉางเล่อไม่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้ และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่เขาได้เข้ามาสู่เมืองที่มีผู้คนพุพล่านและใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ตลอด 7 ปี ต่างเดินเข้าเมืองล้างที่มีแต่ซากศพ

ฉางเล่ออดหัวใจเต้นแรงเล็กๆ ไม่ได้ และนอกจากความรู้สึกที่ราวได้กลับมาเป็นมนุษย์สามัญอีกครั้ง สิ่งหนึ่งที่ฉางเล่อไม่ลืมคือ…

ดวงตาฉางเล่อหรี่ลงเล็กน้อย พร้อมในหัวพูดว่า… ‘ดวงตาประเมินแห่งชนชั้นต่ำ’

เหนือศีรษะผู้คนจำนวนมากปรากฏกล่องข้อความเล็กๆ ขึ้นมา

คนเข็นรถรากของก้าวเร็วตัดผ่านหน้าฉางเล่อ กล่องข้อความบนหัวของชายผู้นี้คือ 【เจ้าคิดเจ้าแค้น โอ้อวด แม้มีความขยัน แต่ก็มักมีเหตุการณ์ให้ทำร้ายตัวเองเสมอ ตกต่ำตลอดชีวิตเพราะไม่อาจคิดได้ วาสนาไม่มากพอ หากได้เป็นใหญ่หรือครอบครองสิ่งเกินตัวจะถึงตายทันที เพราะไม่อาจเก็บความลับแห่งตน】

มองชายเข็นรถรากครู่หนึ่งสายตาฉางเล่อเริ่มสอดส่าย เพราะตัวฉางเล่อรู้ดีว่า เมื่อได้มาใช้ชีวิตปกติแล้ว เขาถึงเวลาที่รีบเร่ง ระบบเจ้าหอสำราญ 7 ปีแล้วที่อยู่กับเขา ภารกิจแรกฉางเล่อยังทำไม่สำเร็จเลย

มองเหล่าสตรีน้อยใหญ่ เมื่อฉางเล่อมองไปที่สตรีจะมีความต่างจากบุรุษอยู่ ซึ่งนอกจากมีบทบรรยายตัวตนหรือชะตาชีวิตคร่าวๆ ที่ระบบประเมิน เหล่าสตรียังมีข้อความพิเศษอีบรรทัด

【กาในหมู่กา แม้จะพยายามทำตัวมีสีสั้นแต่ก็เป็นสตรีสามัญที่ไม่อาจจะโดดเด่นเหนือผู้คน : 1 ดาว 2 ขีด】 การประนี้อยู่บนสตรีใบหน้าจัดจ้านแต่งหน้าหนาแต่เสื้อผ้าดูมีราคาผู้หนึ่ง

ฉางเล่อมองต่อไปที่สตรีที่ออกจะเยาว์วัยที่ดูเหมือนกำลังช่วยบิดามารดาตั้งร้านขายอาหารข้างทางซึ่งใบหน้าค่อนข้างจะหมดจรด แต่ไม่เรียกว่างดงาม แต่พอมีเสน่ห์อยู่บ้าง

【ในหมู่ฝูงกายังพอนับเป็นวิหคขาวได้บ้าง มีความโดดเด่น เพียงแต่ต้องฝึกฝนและแต่งแต้มขนให้เป็นวิหคที่เหนือวิหคทั่วไป : 2 ดาว 1 ขีด】【ผ่านเกณฑ์】

ดวงตาฉางเล่อมองจ้องเด็กหญิงที่อายุราว 13 14 ตาไม่กระพริบ พร้อมในใจคิด

‘ผ่านเกณฑ์งั้นเหรอ’ ไม่ช้าฉางเล่อเอียงคอ ในใจพยายามนึกภาพเหล่าสตรีที่ตัวเองได้พบเจอตลอดหลายปี เด็กหญิงตรงหน้าย่อมไม่นับว่าสวยที่สุดอยู่แล้ว  ณ ค่ายทหารที่ฉางเล่อใช้ชีวิตอยู่ แม้จะไม่มีสตรีอาศัย แต่ก็หาใช้ไม่มีสตรีเข้ามาในค่ายเลย

หลายครั้งมีการติดต่อ มีสตรีติดตามมาตามขบวนพ่อค้า นอกจากนั้นหลายครั้งยังมีการสั่งนำหญิงนางโลมมาบำเรอกามเหล่าหัวหน้าทหารเป็นขวัญกำลังใจทหาร ความงามของเด็กหญิงย่อมไม่อาจจะเทียบเหล่านางโลมเหล่านั้น แต่นางโลมใบหน้างดงามส่วนใหญ่มีการประเมินจากระบบเพียง 2 ดาวเช่นกัน ดีกว่าเด็กหญิงก็ตรงที่มีจำนวนขีดมากกว่า สูงสุดคือ 5 ขีด ซึ่งฉางเล่อรู้ว่าเป็นขีดจำกัด

เมื่อเลยห้าขีดจะขึ้นเป็นจำนวนดาวเพิ่มแทน ฉางเล่อไม่เคยเห็นหญิงงามระดับ 3 ดาวมาก่อน แต่ 2 ดาวเห็นไม่น้อย พวกนางงดงามจริงๆ และงามอย่างโดดเด่นเหมือนหญิงสาววัยรุ่นในชีวิตก่อนของฉางเล่อที่แต่งแต้มใบหน้าและมีรูปทรงดี

แต่เด็กหญิงตรงหน้าฉางเล่อกับคิดในใจว่าไม่ควรผ่านเกณฑ์เลย

เพียงแต่ไม่ช้า ฉางเล่อคล้ายคิดอะไรได้เขาจึงดูจะพอเข้าใจ

‘จากกล่องข้อความ ดูเหมือนบนตัวเด็กสาวจะมีคำว่า “ต้องฝึกฝนและแต่งแต้มขนให้เป็นวิหคที่เหนือวิหคทั่วไป” ดูเหมือนข้าจะพอจับจุดอะไรบางอย่างได้’ ในหัวฉางเล่อนึกถึงนางโลมที่ถูกเชิญไปปลอบใจทหาร พวกนางแต่งแต้มใบหน้าจนสวยแต่เด็กหญิงตรงหน้าไม่

สิ่งนี้แสดงว่าระบบมองทะลุซึ่งการแต่งแต้มพื้นฐาน และให้คุณค่ากับสตรีที่มีแนวโน้มการพัฒนาได้ด้วย ส่วนพัฒนาเรื่องอะไร… ฉางเล่อยังไม่มั่นใจ

แต่ลึกๆ ฉางเล่อรู้สึกว่าระบบเจ้าหอสำราญของตัวเองดูไม่เหมือนจะเป็นการรับสมัครหญิงงามไปเป็นทาสสถานเริงรมย์ แต่อนิจจาระบบยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างสมบูรณ์เขาจึงยังไม่เข้าใจแก่นแท้

ตอนนี้รู้สึกอย่างเดียวว่าเมื่อตัวเองเป็นอิสระกับการเป็นทาสภาษีทหารเกณฑ์ตนควรรีบทำภารกิจให้สำเร็จ อย่างน้อยๆ หาสตรีสักนางเซ็นสัญญาเข้าเป็นนางโลมในเครือของตัวเอง

เมื่อเห็นว่าแค่เด็กหญิงใบหน้าไม่งามนักเป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าริมทางก็ผ่านเกณฑ์ได้ ฉางเล่อก็พบว่าภารกิจตัวเองดูจะไม่ยากอะไร

ไม่รู้ว่าเพราะฉางเล่อจ้องหญิงสาวนานไปรึเปล่า ดูเหมือนนางรู้ตัว

ฉางเล่อแม้เสื้อผ้าเก่าโทรมแต่… ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนดูรูปงาม หญิงสาวจึงอดแก้มแดงไม่ได้

มารดาของหญิงสาวดูเหมือนจะเห็น “อย่าเป็นขอทานหรือไง เร็วเข้ารีบทำงาน ส่วนไอ้หนุ่มหน้าอ่อน หากไม่คิดสนใจซื้อของร้ายมารดาก็รีบไสหัวไปลูกสาวข้าใช่คนที่ขอทานยากไร้อย่างเจ้าเอื้อมถึง”

ฉางเล่อผงะเล็กน้อย… ‘ข้าดูเหมือนเหมือนขอทานขนาดนั้นเลยเหรอ’

สำรวจเสื้อผ้าตัวเอง และมองคนรอบด้าน… ฉางเล่อพบว่าดูท่าจะจริง

ฉางเล่อไม่ต่อปากต่อ ไม่มีประโยคปลุกใจว่า 30 ปีตะวันออก 30 ปีตะวันตกอย่าได้ดูถูกเด็กหนุ่มยากไร้

แม้หญิงสาวเยาว์วัยจะผ่านเกณฑ์ของระบบซึ่งเซ็นสัญญาเป็นนางโลมได้ แต่ฉางเล่อก็ไม่คิดเลือกนาง เขาทำใจทำร้ายนางไม่ได้จริงๆ

ในใจได้แต่… เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากข้อมูลที่ได้จากนาง เพื่อทำความเข้าใจระบบของตนให้ลึกซึ้งขึ้น ซึ่งช่วยไม่ได้ แม้จะได้ระบบมา 7 ปี แต่เขาอยู่แต่ในสถานที่ที่แทบไม่มีสตรีอาศัยอยู่